ถ้าเกิดคุณต้องการชำนิชำนาญด้านการตลาด จำเป็นต้องรู้เรื่องไว้อย่างหนึ่งว่า “กระแส” หรือ (Trend) เป็นสิ่งจำเป็น ถ้าหากไม่ติดตาม หรือห่างหายจากแวดวง หากแม้มีความรู้ความเข้าใจแต่ว่าก็บางทีอาจเอาไปปรับใช้ได้ทุกข์ยากลำบาก ยิ่งทราบไม่มากมายแล้วมาทำก็เลยได้แม้กระนั้นนั่งงวยงงว่าเพราะอะไรประชาสัมพันธ์อะไรก็ไม่ปัง ก็บ่อยครั้งมันไม่ถูกที่ผิดทางนะสิ ราวกับเดี๋ยวนี้ถ้าหากคุณไม่เคยรู้คำว่า “สายมู” ก็ดูเหมือนไม่ทันกระแสเสียแล้ว…

ส่วนตัวก็มิได้ข้องเกี่ยวธุรกิจแบบ B2C เป็นการค้าขายต่อคนซื้อทั่วๆไปมานับเป็นเวลาหลายปี แถมมิได้เขียนคอลัมน์การตลาดประจำแล้วด้วย ก็เป็นคนเชยไปบ้างแล้วด้วยเหมือนกัน แต่ว่าในวันนี้มีเรื่องมีราวที่ค้นพบว่ากระแสอะไรบางอย่างนั้นมันก็ยากจะเลือนลางจางหายไปได้จริงๆ

ผมเคยเขียนเนื้อหาของบทความสำคัญไว้เป็น “การตลาดแบบไทยๆ” หนึ่งในนั้นมีแง่ของ “ความเลื่อมใส” เป็นหัวข้อใหญ่อยู่ด้วย เขียนไว้เมื่อปี 2016 ถึงในเวลานี้ ก็ 5 ปีผ่านไปแล้ว แง่หนึ่งก็มิได้นานอะไร ด้วย “ความเลื่อมใส” คือเรื่องของค่าความนิยมที่สั่งสมมานาน (นับร้อยปี) เพียงแต่ว่า…

ในรอบราว 10 ปีให้หลัง เทคโนโลยีเรียกว่าก้าวกระโจน ยกตัวอย่างว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องเล็กๆน่าจะเป็นเรื่องตื่นเต้นมากมายแล้ว แม้กระนั้นไม่นานจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆกลับเต็มไปด้วยเทคโนโลยีในนั้น อีกทั้งแอพจำนวนมาก ทั้งยังกล้องถ่ายภาพ เร็วรวมทั้งแรงกว่าโน้ตบุ๊ค 10 ปีกลายเสียอีก…

ประกอบกับวิถีชีวิตคนรุ่นหลังที่มองย้ำด้านสภาพแวดล้อม สังคม และก็การบ้านการเมือง ผมก็อนุมานเอาว่าการตลาดความเชื่อถือคงจะต่ำลงไปกับคนสมัยใหม่ๆกระทั่งเริ่มมาได้ยินกับคำว่า “สายมู” ที่แท้ๆดูเหมือนใช้คำนี้กันมากมายและก็หลายครั้งตอนปี 2019-2020 ก่อนหน้านี้

ก็เลยค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต พบตัวการที่น่าดึงดูดเป็นหัวข้อเก่า1 10 ปีได้แล้ว พูดว่าคำนี้มาจากชื่อภาพยนตร์ต่างแดนที่มาฉายในบ้านและก็มีชื่อไทยว่า “มูเตลู ศึกไสยเวท” ซึ่งหนังเก่าเกิน 10 ปีเข้าไปอีก โดยยังคลุมเคลือเช่นเดียวกันว่าเพราะอะไรคำนี้ก็เลยเพิ่งจะมานิยมอีกที

อีกด้านจากการถามไถ่บ้างว่า “มู” ในที่นี้เรียกย่อๆจากภาษาอังกฤษ “amulet” ที่แสดงว่า ของขลัง ถึงแม้แท้จริงบางทีอาจออกเสียงว่า แอม’ ไม่วเลท แม้กระนั้นอ่านตามสำเนียงไทยก็จะแปลงเป็น อะมูเลท เมื่อเรียกย่อก็เลยเปลี่ยนเป็น “มู” ได้อย่างง่ายๆเลย..

แต่ว่าโน่นก็เป็นเพียงแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดของที่มา หัวข้อก็สืบไปจากข้างต้นที่บอกไปว่า การตลาดความเชื่อถือยังคงได้รับความนิยมในกรุ๊ปหนึ่ง เพียงแค่ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงบ้างไปตามช่วง ดังเช่น กำไลที่มาพร้อมของขลังต่างๆที่ศิลปินผู้แสดงคนไม่ใช่น้อยไปกระทั่งเซเล็บคนดังแวดวงธุรกิจหลายท่านก็นิยม

ส่วนหนึ่งส่วนใดนั้น ก็จำต้องทำความเข้าใจเหตุว่า กระแสไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าถึงทุกฝูงชน การที่พวกเรามิได้พอใจหรือเปล่ารู้จักมิได้มีความหมายว่าเรื่องพวกนั้นจะไม่ดีหรือเปล่านิยม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเพราะว่าผลิตภัณฑ์แล้วก็บริการพวกเราสามารถเชื่อมโยงฐานลูกค้ากรุ๊ปนั้นๆได้ไหม หรือพวกเราอยากเจาะกรุ๊ปลูกค้ากลุ่มนี้หรือเปล่าด้วย ที่ไม่แน่ว่าบางเรื่อง ครั้งคราว พวกเราบางทีอาจมิได้รู้จักลูกค้าพวกเราเองเลยก็ได้

นี่ก็เป็นเพียงแค่อีกมุมหนึ่งของการตลาด ที่เชิญสังเกตว่าหลายเรื่องแม้พวกเรามิได้ลงไปดู ไปพิเคราะห์ พวกเราก็บางทีอาจรู้เรื่องอะไรผิวเผินหรือทราบเพียงแค่มุมมองแคบๆของพวกเรา ที่บางทีอาจตามเขา ตามโลกไม่ทัน รู้เท่าทันไว้มิได้ใช้ ดีมากยิ่งกว่าไม่เคยรู้แล้วไม่ทัน ว่ากันด้วยการตลาดครับ